อัทเดทแฟชั่น สวย น่ารัก ทันสมัย พร้อมไอเดียต่างๆ

ครบทุกเรื่องราวสำหรับแฟชั่นที่ทันสมัย อาทิเช่น แฟชั่นไอเทมฮอตฮิตที่สาว ๆ ผิดพลาดไม่ได้

เสื้อผ้าแนววินเทจทุกคนมักจะนึกถึงเสื้อผ้าเก่าเสื้อผ้ามือสอง

3

สไตล์การแต่งตัวแนววินเทจนั้นไม่ได้มีการคอนเฟิร์มที่แน่ชัดว่า ต้องใช้เสื้อผ้าแบบไหน หรือต้องแต่งแบบไหนถึงจะเรียกว่า “วินเทจ” เพราะโดยส่วนมากแล้ว เสื้อผ้า หรือของที่เรานำมาแต่งตัวแนววินเทจ ส่วนใหญ่มากจากยุค 80’s หรือเห่ากว่านั้น ถ้าสาวๆ อยากที่จะแต่งตัวแนวนี้ให้เก๋ สวยแล้วล่ะก็ ต้องรู้วิธีการ Mix and Match เสื้อผ้าในยุคต่างๆ ให้เหมาะสมเพราะของแต่ละชิ้นในยุคต่างๆ นั้นมีเสน่ห์ในตัวของมัน อย่า!! เอาไอเทม หรือเสื้อผ้าที่มาจากยุคเดียวกันทั้งหมด แต่งรวมกันทั้งตัว เพราะมันจะทำให้สาวๆ ดูเหมือนหลุดออกมาจากหนังโบราณ เช่น ยุค 20’s ไอเทมที่ฮิตเว่อร์ที่ทุกคนต้องใส่ ชุดเดรส Flapper คือชุดเดรสทรงตรงแบบไม่เข้ารูปมีปักหมุดหรือเลื่อมวิบวับ ยุค 60’s – 70’s ยุคฮิปปี้ เสื้อเชิ้ตลายลูกน้ำ กางเกงขาม้าหรือลาย Peace สันติภาพในเสื้อผ้าหรือเครื่องประดับ เราอยู่ในยุคสมัยใหม่ที่มีเสื้อผ้าหลากหลายสไตล์ให้เลือกแต่งกันอย่างมากมาย ทำไมเราไม่ลอง Mix and Match การแต่งตัวแนววินเทจผสมกับไอเทมเริ่ดๆ ที่มีความเป็นโมเดิร์นในยุคสมัยนี้ เช่น สาวๆ ที่มีเสื้อสุดแสนจะวินเทจตัวนึง แทนที่จะไปใส่กับกางเกงทรงวินเทจ แต่ใส่กับกางเกงยีนส์สกินนี่แทน เก๋ไม่เบานะเธอ หรือจะเป็นกระโปรงเอวสูงทรงวงกลมยาวเท่าเข่ากับเสื้อยืดลายทางหรือเสื้อเชิ้ตยีนส์ ก็เป็นลุควินเทจแบบน่ารักที่ผสมไปด้วยกลิ่นอายความเป็นโมเดิร์น

เมื่อพูดถึงเสื้อผ้าแนววินเทจทุกคนมักจะนึกถึงเสื้อผ้าเก่าเสื้อผ้ามือสองแต่ไม่ใช่ว่าเสื้อมือสองทุกตัวมันจะโอเคและอยู่ในสภาพที่ดีเสมอไป ดังนั้นก่อนที่เราจะเลือกซื้อเสื้อผ้ามือสองเราต้องดูให้ละเอียดก่อนะ เช่น ดูรอยเปื้อน ขาด หรือพังตรงไหนมั้งอ่ะป่าว เสื้อแนววินเทจ เป็นอะไรที่สวมใส่ง่ายที่สุด เมื่อสาวๆ เริ่มเข้าสู่โลกแห่งวินเทจ ในปัจจุบันการ Mix and Match เสื้อแนววินเทจ กับกางเกงสกินนี่ แล้วใส่เครื่องประดับต่างๆ เข้าไปอีกนิด หรือสาวๆ จะสวมเสื้อคาร์ดิแกนทรงวินเทจ หรือแจ็คเก็ตทรงวินเทจก็ดูเก๋ ไม่มีเอ้าท์ ข้อสำคัญ ถ้าสาวๆ ยังใหม่กับการแต่งตัวสไตล์นี้ควรหลีกเลี่ยงเสื้อผ้าสีสันจี๊ดจ๊าดจากยุค 70’s – 80’s ก็เพราะว่าเสื้อผ้าจากยุคเหล่านี้ยังถือว่าไม่เก่ามากอีกทั้งยังดูเอ้าท์ๆ ในยุคของเราเพราะงั้นถ้าไม่แม่นจริงอย่าลองเด็ดขาด กระโปรงเป็นไอเทมที่เรียกได้ว่า สวมใส่ให้ เป๊ะเว่อร์ ได้ง่ายสุดๆ กระโปรงแนววินเทจ โดยทั่วไปแล้วแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 ยาวถึงตาตุ่ม และพริ้วไสว แบบที่ 2 คือแบบยาวถึงเข่า ในท้องตลาดตอนนี้มี กระโปรงแนววินเทจ ให้สาวๆ เลือกเยอะแยะมากมายลองเลือกกระโปรงทรงวงกลมหรือกระโปรงทรงเอแบบฟูฟ่องเหมือนกระโปรงบัลเล่ต์ลองมาใส่ดูนะ กระโปรงแนววินเทจมีหลากหลายโทรนสีให้สาวๆ ได้เลือกกันแต่สีที่เราอยากจะแนะนำก็คือสีโทนธรรมชาติๆ อย่างสี ดำ เทา น้ำตาล ครีมและเขียวมะกอกนั้นเหมาะอย่างยิ่งที่จะมีไว้ในตู้เสื้อผ้าของคุณ

Mon, October 26 2015 » Fashions » Comments Off

เสื้อผ้าสีสดแต่งยังไงให้ดูดี สดใส มาดูเคล็ดลับกันดีกว่าค่ะ

เสื้อผ้าสีสดๆ แต่งไม่ดีนี่รอดยากนะคะ แต่จะให้ใส่แต่สีพื้นๆ ก็น่าเบื่อเกินไปเนอะ วันนี้มาดูกันดีกว่าว่า 10 เทคนิคง่ายๆ ที่จะทำให้ลุคสีสดของเราแต่งแล้วสวยรอดทุกงานกันจ้า

1.เดรสสีชมพู หยิบเดรสสีชมพูเข้มมาสวมใส่แทนเดรสสีดำตัวเก่ง จะดูดีมากในแบบเรียบเก๋ แต่คัตติ้งเนี้ยบ ไม่เหมาะที่จะใส่ดีเทลยิบย่อยเกินไปและเข้ากันได้ดีกับแอคเซสซอรี่แบบเรียบ เก๋ ไม่รุงรัง
2. เครื่องเคียงสีสดกับชุดลายหลากสี เติมความน่าสนใจให้ชุดผ้าพิมพ์ลายสีสดด้วยเครื่องประดับสีสด ไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า เข็มขัด กำไล สายสร้อย หยิบมาสักชิ้นสองชิ้นเพิ่มความกระแทกตาได้อีก
3. กระเป๋าสะพายสีเปรี้ยว วิธีที่ง่ายที่สุดในการเปลี่ยนวันธรรมดาให้กลายเป็นวันสดใส ลองหากระเป๋าสะพายสีสันเปรี้ยวปรี๊ดเช่น ชมพูช็อคกิ้งพิ้งก์ น้ำเงินสว่างจ้า เขียวมะนาวหรือเหลืองสด สิ่งเล็กๆ ที่จะช่วยให้ชุดเรียบธรรมดากลายมาเป็นแฟชั่นเก๋ที่ผู้คนต้องหันหลังมอง
4. สาดสีสันสดใสใส่สีดำ สีน้ำเงินโคบอล์ทเปล่งประกายแวววาวบนสีดำเป็นสุดยอดความชอบที่ทุกคนหลงใหล และชุดบอดี้คอนสีดำคู่กับรองเท้าสีน้ำเงินสว่างใสกำลังไปได้สวยสำหรับซีซั่นนี้
5. สาดสีสดใส่สีสดกว่า ผสมผสานสีสดใสให้กลมกล่อม เฉกเช่น สีน้ำเงินเจิดๆ เขียวสดใสจากใบหญ้า เหลืองสด แต้มจุดส้มปรี๊ด เหล่าบรรดาสีสันที่ต่างอวดเสน่ห์เสริมกันและกันให้สวยยิ่งกว่าสวย
6. จับคู่ปรี๊ดให้เปรี้ยวล้ำ กล้าๆ หน่อยที่จะควงทั้งสองสีแสบสันในคราวเดียวกัน เหลืองจัดคู่กับน้ำเงินใสหรือเงินมันวาวเข้าคู่ชมพูเข้ม แค่เลือกจับคู่แมทซ์อย่างฉลาด ก็ไม่ต้องกลัวว่า จะแปลงกายเป็นหลอดนีออนงานวัดเดินได้ให้อายคน
7. เจิดทั้งตัวด้วยสีเดียว จัดเต็มไปเลยกับเหลืองสดหรือน้ำเงินโคบอล์ทตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า หากเกรงว่า จะเยอะเกิน เลือกใช้ลูกเล่นแบบไล่โทนสีอ่อน-เข้มข้มหลากเฉด เลเยอร์ซ้อนทับกันก็เก๋กู้ดสุดพลัง
8. กางเกงสีสดสะกดใจ สกินนี่ยีนส์หรือเลกกิ้งสีฉูดฉาดบาดตาแต่ควรเลือกแมทช์กับเครื่องแต่งกายชิ้นที่เหลือด้วยสีกลางๆ หรือสีนู้ดที่ดูแล้วกลมกลืนเข้ากันได้ สิ่งสำคัญที่สุดคือ หลีกเลี่ยงสีสันตรงจุดบกพร่องบนร่างกาย เช่น สะโพกใหญ่ บั้นท้ายพลัสไซส์ ควรใส่เสื้อสีเข้มทึบหรือสีกลางๆ เพื่ออำพรางจะเหมาะกว่า
9. รองเท้าสีแสบ รองเท้าบัลเล่ต์ส้นเตี้ยสีชมพูหวานใสหรือรองเท้ารัดส้นสีเงินกำลังอยู่ในกระแส มีให้เลือกหลากสไตล์ โดยเฉพาะรองเท้าสีสดๆ แบบเปลือยเท้าเข้ากั๊นเข้ากันกับชุดดำรัดรูป (ที่สุด)
10. จับสีจี๊ดเข้าคู่สีขาว จับคู่เครื่องแต่งกายหรือแอคเซสซอรี่สีสดผสานกับชุดสีขาว ในลุคสาวหวานมีสไตล์ที่เหล่าบรรดาเซเลบทั้งหลายกำลังนิยม

Sun, September 20 2015 » Fashions » Comments Off

แฟชั่นเลือกกระโปรงนักศึกษาอย่างไรให้ฟรุ้งฟริ้งเหมาะกับรูปร่าง

กระโปรงถือเป็นเครื่องแต่งกายที่บ่งบอกความเป็นผู้หญิง เชื่อว่าผู้หญิงทุกคนต้องเคยใส่กระโปรงกันมาแล้วทั้งนั้น อย่างน้อยในช่วงวัยเรียนทุกคนก็ต้องโดนบังคับให้ใส่ แม้หลายคนอาจจะบ่นว่าไม่ค่อยชอบสักเท่าไหร่ แต่มันคือกฎระเบียบข้อบังคับในสถานศึกษาต่างๆ ไม่เว้นแม้แต่ในมหาวิทยาลัย ที่จะมีกระโปรงหลายแบบหลายสไตล์ให้เลือกกันมากหน่อย ขอเอาใจสาวๆ ด้วยการแนะนำวิธีการเลือกกระโปรงนักศึกษาให้เหมาะกับรูปร่างของตัวเอง ไม่ต้องแฟชั่นจ๋า ทั้งสั้นทั้งฟิตก็สวยได้ ถ้าเราเลือกใส่ให้เหมาะกับรูปร่าง แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่ากระโปรงนักศึกษาที่เป็นที่นิยมในปัจจุบันมีทรงอะไรกันบ้าง
1. กระโปรงทรงเอ
กระโปรงทรงนี้เป็นทรงที่หลายคนสับสนมากระหว่างเอ (เอไลน์) กับกระโปรงทรงสอบ ที่บางคนเข้าใจว่ามันคือทรงเดียวกัน ซึ่งความจริงแล้วกระโปรงทรงเอ เป็นกระโปรงที่มีรูปทรงคล้ายตัวเอ A ที่เอวมีลักษณะแคบแล้วค่อยๆ บานลงมา มีทั้งแบบสั้นและแบบยาว สำหรับสาวที่มีสะโพกใหญ่ กระโปรงทรงนี้สามารถซ้อนรูปได้อย่างดีเลยทีเดียว อีกทั้งชายกระโปรงที่ค่อยๆ บานออกสะดวกสบาย คล่องแคล่วเวลาสวมใส่

สำหรับสาวที่มีพุงยุ้ยๆ เอวหนาๆ กระโปรงทรงเอเป็นทรงที่เหมาะมาก เลือกแบบที่ค่อยๆ บานออกจากแนวใต้สะโพก และเอวสูงหน่อย จะช่วยพรางให้เอวเล็กลงได้ หรือถ้าหากว่าเป็นคนช่วงขาสั้น ก็ให้เลือกเป็นทรงเอที่ยาวประมาณเข่า หรือเหนือเข่าขึ้นมาเล็กน้อยจะช่วยให้ช่วงขาดูเรียวยาวขึ้นได้ กระโปรงทรงเอที่สวย ควรจะทำมาจากเนื้อผ้าที่มีน้ำหนักและไม่แข็งทื่อจนเกินไป

2. กระโปรงทรงเอยาว
กระโปรงเอยาว ทรงนี้จะเดินค่อนข้างลำบากเพราะต้องใส่ยาวถึงตาตุ่ม เรียบร้อยแต่ไม่ค่อยเป็นที่นิยมเนื่องจากไม่ค่อยสะดวกนักสำหรับนักศึกษาที่ต้องเดินทางขึ้นรถ ลงเรือ เพื่อไปเรียน กระโปรงทรงนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่มีรูปร่างสูงและขายาว หากเลือกใส่กระโปรงยาวกรอมเท้าผ่าข้างสูงๆ จะยิ่งเพิ่มความสวยสง่าให้กับสาวๆ ได้มากยิ่งขึ้น

สาวๆ ที่รูปร่างเล็กหรือขาสั้น ก็อาจจะต้องระวังสักเล็กน้อย เพราะกระโปรงยาวอาจจะไม่เหมาะ แต่ถ้าหากต้องการจะใส่ก็ควรที่จะใส่ให้ยาวถึงข้อเท้าเพราะหากใส่ถึงเพียงระดับน่องอาจจะส่งผลให้มองได้ว่าขาสั้น ยิ่งสาวที่มีรูปร่างค่อนข้างอวบแล้วคิดว่าการใส่กระโปรงยาวปิดถึงข้อเท้า เพื่อปิดบังขาอันอวบอั้นของคุณจะทำให้ดูดีขึ้น แต่นั่นจะทำให้รูปร่างของคุณดูตันขึ้นมากกว่าเดิม ดังนั้นสาวอวบ ขาสั้น ควรหลีกเลี่ยงกระโปรงยาวจะดีที่สุด

3. กระโปรงทรงสอบ
จัดเป็นกระโปรงทรงฮิตยอดนิยมของบรรดานักศึกษาสาวกันเลยทีเดียว เพราะเป็นกระโปรงที่เน้นให้เห็นส่วนโค้งของสะโพกสาวๆ พอสมควร ซึ่งอาจจะทำให้เห็นลงมาถึงหัวเข่า หลายคนจะสับสบกับกระโปรงทรงเอ แต่จะแตกต่างกันที่ทรงสอบชายกระโปรงจะค่อยๆ แคบลงมา มีทั้งแบบเอวสูง และเอวต่ำ ผ่าหน้า ผ่าหลัง ผ่าข้าง ให้เลือกกันมากมาย

กระโปรงทรงนี้จะเหมาะกับสาวๆ ที่มีรูปร่างตรง แม้ว่าสาวๆ ที่หุ่นไม่ตรงจะไม่สามารถใส่ได้หากแต่ว่าต้องเลือกแบบกระโปรงแฟชั่นทรงสอบที่พอดีกับตัว ไม่ควรที่จะหลวมจนเกินไป เน้นโชว์ส่วนเว้าส่วนโค้งของรูปร่าง โดยกระโปรงทรงสอบที่มีการดีไซน์สวยควรเลือกเนื้อผ้าที่แข็งและไม่ย่น

4. กระโปรงพลีท
กระโปรงพลีท หรือ กระโปรงจีบรอบตัว เป็นกระโปรงทรงนิยมสำหรับนักศึกษาอีกหนึ่งแบบ เพราะสวมใส่สบาย ถูกระเบียบมหาวิทยาลัย มีทั้งแบบสั้นและแบบยาว โดยเทียบจากหัวเข่า ถ้าเหนือเข่าขึ้นมาจะเรียกว่า “พลีทสั้น” แต่ถ้าต่ำกว่าหัวเข่าลงมาจะเรียกว่า “พลีทยาว” ทั้งแบบจีบใหญ่และจีบเล็ก เป็นกระโปรงที่เหมาะกับสาวในเกือบทุกรูปร่าง พวกผอมๆ ตรงๆ ทรงกระบอกใส่แล้ว ดูน่ารัก จีบพลีทรอบๆ ตัวจะทำให้คุณดูมีสัดส่วนที่เหมือนผู้หญิงมายิ่งขึ้น ไม่ตรงเป็นไม้บรรทัดอีกต่อไป

ถ้าเป็นสาวที่มีหน้าท้อง สามารถซ้อนรูปได้เป็นอย่างดี หรือสาวขาใหญ่ ควรเลือกความยาวของกระโปรงให้ยาวพอดีเข่า การเลือกกระโปรงพลีทก็มีข้อควรระวังหลายอย่าง ถ้าหากใส่สั้นจนเกินไปเวลาลมพัดก็จะทำให้กระโปรงพลีทสามารถกางได้ 360 องศาเลยเลยทีเดียวไม่ว่าจะตะครุบหน้าตะครุบหลังก็อาจจะไม่ทันการณ์ ส่วนถ้าเลือกเป็นพลีทยาวก็ต้องระวังเวลานั่งรถมอเตอร์ไซด์กระโปรงอาจเข้าไปพันล้อได้

Mon, August 17 2015 » Fashions » Comments Off

อินเทอร์เน็ตก็เป็นสื่ออีกแขนงหนึ่งที่มีข้อมูลข่าวสารด้านแฟชั่นต่างๆ

i6

การแต่งกายของวัยรุ่นไทยในปัจจุบัน ได้รับอิทธิพลทั้งจากทางตะวันตกและตะวันออก แต่ภายหลังมานี้ วัฒนธรรมเกาหลีและญี่ปุ่นจะได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นมากขึ้น ซึ่งไม่ใช่เพียงเฉพาะด้านการแต่งกายเท่านั้น การเต้น การร้องเพลง ศิลปินดาราของเกาหลีและญี่ปุ่น ก็ได้รับความนิยมมากขึ้นด้วยเช่นกัน ดังนั้นเมื่อเทคโนโลยีได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตทั้งโทรทัศน์ วิทยุ โทรศัพท์  อินเทอร์เน็ต จึงทำให้การติดตามข่าวสารในเรื่องเหล่านี้ทำให้ง่ายและสะดวกมากขึ้น ซึ่งแนวทางการติดตามข่าวสารดังกล่าวนี้ ทำให้วัยรุ่นซึมซับวัฒนธรรมเหล่านั้นมาโดยไม่รู้ตัว จนกลายมาเป็นวัฒนธรรมผสมผสานจนบ่อยครั้งที่แยกไม่ออกว่าเป็นวัฒนธรรมของชาติไหน

สื่อและเทคโนโลยีต่างๆ ถือว่าเป็นตัวนำหลักของการทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านการแต่งกายที่ชัดเจนมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะเป็นโทรทัศน์ วิทยุ  อินเทอร์เน็ต ต่างก็พยายามหาข้อมูลที่ผู้คนให้ความสนใจมาเผยแพร่ ยกตัวอย่างเช่น วัฒนธรรมเกาหลีที่เข้ามามีบทบาทมากในหมู่วัยรุ่น เนื่องมาจากละครของประเทศเกาหลีที่นำมาเผยแพร่ผ่านทางรายการโทรทัศน์ของไทย ได้รับความสนใจเป็นอย่างมากทั้งทางด้านการแต่งกาย อาหาร วัฒนธรรมท้องถิ่น ประกอบกับสถานที่ถ่ายทำละครนั้นมีความสวยงาม ชวนให้ไปท่องเที่ยวในสถานที่นั้นๆ ยิ่งทำให้กระแสวัฒนธรรมเกาหลีทวีความเข้มข้นมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีการโฆษณาเพลงของนักร้อง และดาราเกาหลี ที่มีการแต่งกายที่แหวกแนว มีการ เจาะรูตามร่างกาย กระโปรงสั้น เสื้อผ้าสีสันฉูดฉาดลายตา แม้แต่กระทั่งทรงผมก็มีความแปลกใหม่และแปลกตาเป็นอย่างมาก  อินเทอร์เน็ตก็เป็นสื่ออีกแขนงหนึ่งที่มีข้อมูลข่าวสารด้านแฟชั่นต่างๆของเกาหลี ที่จะมีการรายงานข้อมูลต่างๆอยู่เสมอๆ  ทำให้วัยรุ่นไทยเกิดการลอกเลียนแบบ  อยากที่จะแต่งตัวตามดาราหรือนักแสดงเกาหลีคนนั้น คนนี้บ้าง   จึงมีการแต่งกายที่เปิดเผยให้เห็นส่วนของเนื้อหนังมากขึ้น ทั้งรัดรูป เกาะอก  สายเดี่ยว  กางเกงขาสั้น เป็นต้น  นี่เป็นเพียงตัวอย่างจากวัฒนธรรมการแต่งกายเพียงแค่ชาติเดียวเท่านั้น แท้จริงแล้วพบว่าวัยรุ่นไทยได้ซึมซับวัฒนธรรมการแต่งกายมาจากหลากหลายประเทศ จึงทำให้ปัจจุบันประเทศไทยมีแฟชั่นการแต่งกายใหม่ๆ ออกมาเสมอ

Tue, July 28 2015 » Fashions » Comments Off

สมัยปัจจุบันนี้แฟชั่นแนวการแต่งตัวของเด็กไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนนั้นอยู่มาก

21

ประเทศไทยเป็นประเทศที่มีมรดกทางวัฒนธรรมประจำชาติที่เป็นของตนเองมาเป็นระยะเวลายาวนาน ไม่ว่าจะเป็นศิลปะไทย มารยาทไทย ภาษาไทย อาหารไทย และชุดประจำชาติไทยสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนมีคุณค่า มีความงดงามบ่งบอกถึงเอกลักษณ์แห่งความเป็น “ไทย” ที่นำความภาคภูมิใจมาสู่คนในชาติ การแต่งกายของไทยโดยเฉพาะในยุครัตนโกสินทร์ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่า 200 ปีนั้น ได้มีวิวัฒนาการมาเป็นลำดับนับตั้งแต่ยุครัตนโกสินทร์ตอนต้น ตอนกลาง ยุคเริ่มการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ยุคเปลี่ยนแปลงการปกครองหรือยุคมาลานำไทยและจนปัจจุบัน “ยุคแห่งเทคโนโลยีข่าวสารแต่ละยุคสมัยล้วนมีรูปแบบการแต่งกายที่เป็นของตนเองซึ่งไม่อาจสรุปได้ว่า แบบใดยุคใดจะดีกว่า หรือ ดีที่สุด เพราะวิถีชีวิตหรือวัฒนธรรม ล้วนต้องมีการปรับเปลี่ยนบูรณาการไปตามสิ่งแวดล้อมของสังคมแล้วแต่สมาชิกของสังคมจะคัดสรรสิ่งที่พอเหมาะพอควรสำหรับตน พอควรแก่โอกาส สถานที่และกาลเทศะ

ในสมัยปัจจุบันนี้แนวการแต่งตัวของเด็กไทยได้เปลี่ยนแปลงไปจากเมื่อก่อนนั้นอยู่มากหากย้อนอดีตไปการแต่งตัวของเด็กไทยจะอิงตามแฟชั่นกระแสหลัก หรือตามนักร้อง – นักแสดงที่โด่งดังราวกลับเดินออกมาจากปกเทปหรือนิตยสารแล้ว copy & paste  ออกมา ดูแล้วคล้ายสินค้าจากโรงงานผลิตเดียวกัน ทว่าตอนนี้  การแต่งตัวของเด็กไทยมีอยู่มากมายหลายแนวมากขึ้น มีความหลากหลายทางเทรนด์ให้เด็กไทยเราได้เอาตัวตนเข้าไปอิงในเทรนด์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการ รับอิทธิพลการแต่งตัวมาจากฝั่งตะวันตก และฝั่งตะวันออก  ทำให้เด็กไทยมีทางเลือกในการแต่งตัวที่มากขึ้น บางคนชอบแนวทางแต่งตัวจากฝั่งตะวันตก ก็จะแต่งตัวตามแบบตะวันตก บางคนชอบแนวทางแต่งตัวจากฝั่งตะวันออก ก็จะแต่งตัวตามแบบตะวันออก  มีแนวการแต่งตัวหนึ่งแนวที่อยากนำเสนอนั้นคือ  แนวการแต่งตัวของประเทศญี่ปุ่นและประเทศเกาหลี ตามกระแสความนิยมในญี่ปุ่นและเกาหลีเรื่องอื่นๆอีก เช่น การดื่มน้ำชาเขียว กินปลาดิบ เป็นต้น

กระแสความนิยมญี่ปุ่นและเกาหลีนั้นมีมาตั้งนานเกือบๆ 10 ปีแล้ว ในช่วงต้นๆ กระแสนี้ยังไม่แพร่หลายมากนัก จะมีแค่กลุ่มย่อยๆมากกว่า กลายเป็นกลุ่มที่มีลักษณะเพาะตัว เฉพาะบางข้อจำกัดเท่านั้นที่มีอำนาจในการเข้าถึงกระแสดังกล่าว  แต่เมื่อเวลาผ่านไป กลุ่มย่อยๆนั้นกล่าวก็ได้ขยายวงกว้างออกไปจนทำให้มีผู้รู้จักมากขึ้นเรื่อยๆ และตอนนี้กระแสความนิยมญี่ปุ่นและเกาหลีได้เป็นที่รู้จักกันไปทั่วแล้ว

Fri, April 24 2015 » Fashions » Comments Off